รายละเอียดระบบ
เสียงรบกวนจากโรงงาน สถานบันเทิง งานก่อสร้าง และการจราจร เป็นเรื่องร้องเรียนที่พิสูจน์ได้ยาก เพราะมักเกิดเป็นช่วงสั้น ๆ และไม่มีใครอยู่หน้างานในเวลานั้น ระบบนี้ออกแบบมาแก้ปัญหาดังกล่าวโดยตรง ด้วยการวัดค่าต่อเนื่องทุกวินาที เก็บคลิปเสียงช่วงที่เกินเกณฑ์ไว้ให้ฟังย้อนหลัง และคำนวณระดับการรบกวนตามหลักเกณฑ์ของกรมควบคุมมลพิษให้อัตโนมัติ เจ้าหน้าที่จึงตอบข้อร้องเรียนได้ด้วยข้อมูลจริงแทนการคาดคะเน
ระบบเก็บเฉพาะค่าที่จำเป็นต่อการชี้ขาดข้อร้องเรียนและการรายงานหน่วยงานกำกับดูแล ไม่เพิ่มพารามิเตอร์ที่ไม่ได้ใช้งานจริง เพื่อลดจุดที่อาจเสียหายในสนามและลดค่าบำรุงรักษาระยะยาว
ความสามารถหลัก
- วัดระดับความดังเสียง ทั้งค่าเฉลี่ยพลังงานเสียง (LAeq) ค่าสูงสุดที่เกิดขึ้น (LAmax) และระดับเสียงพื้นฐานของพื้นที่ (L90) ที่ระบบเรียนรู้เองจากข้อมูลย้อนหลัง
- คำนวณระดับการรบกวนจากผลต่างระหว่างเสียงขณะเกิดเหตุกับเสียงพื้นฐาน แยกเกณฑ์กลางวันและกลางคืนอัตโนมัติ
- ตรวจวัดความสั่นสะเทือนควบคู่ ใช้ประเมินผลกระทบต่ออาคารข้างเคียงในงานก่อสร้างและโรงงานที่มีเครื่องจักรหนัก
- เก็บคลิปเสียงช่วงก่อนและหลังจุดที่เกินเกณฑ์ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกราฟและค่าที่วัดได้ในไฟล์เดียวกัน
- แผนที่แสดงสถานะสถานีทั้งหมด แยกสีตามระดับ เห็นทันทีเมื่อมีสถานีหยุดส่งข้อมูล
- แจ้งเตือนผ่านอีเมลและ LINE เมื่อค่าเกินเกณฑ์ พร้อมระบุสถานี ค่าที่วัดได้ และเวลาที่เกิด
- สร้างรายงานสรุปรายวัน รายเดือน หรือเฉพาะช่วงเหตุการณ์ ส่งออกเป็น PDF และ CSV ใช้แนบเรื่องร้องเรียนได้ทันที
องค์ประกอบระบบ
- ไมโครโฟนตรวจวัดระดับความละเอียด Class 1 ครอบคลุมช่วง 25 - 140 เดซิเบล พร้อมกระบอกกันลมและชุดกันนกสำหรับติดตั้งภายนอก
- เซนเซอร์ความสั่นสะเทือน 3 แกน ฝังที่ระดับพื้นดินบริเวณฐานสถานี
- ตู้ควบคุมและชุดสื่อสารมาตรฐาน IP65 ส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายมือถือ พร้อมสำรองข้อมูลในตัวเมื่อสัญญาณขาด
- ระบบไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลล์พร้อมแบตเตอรี่สำรองใช้งานต่อเนื่องได้ 2 วัน และรองรับไฟฟ้า 220 โวลต์เป็นแหล่งสำรอง
- โครงสร้างเสาเหล็กชุบกัลวาไนซ์ ฐานคอนกรีตเสริมเหล็ก ติดตั้งไมโครโฟนที่ระดับความสูงตามหลักเกณฑ์การตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษ
- แดชบอร์ดใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ พร้อมระบบสิทธิ์ผู้ใช้งานแยกตามบทบาท
ประโยชน์ที่ได้รับ
- ตอบข้อร้องเรียนได้ด้วยหลักฐานที่วัดได้จริง ไม่ต้องอาศัยการเข้าตรวจวัดเฉพาะกิจซึ่งมักไม่ตรงกับเวลาที่เกิดเหตุ
- รู้ว่าจุดใดมีแนวโน้มเกินเกณฑ์ก่อนที่จะเป็นข้อพิพาท ทำให้วางแผนแก้ไขเชิงรุกได้
- ลดภาระงานเอกสาร ด้วยรายงานที่ระบบสร้างให้ตามช่วงเวลาที่กำหนด
- ข้อมูลย้อนหลังใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาตประกอบกิจการและการติดตามมาตรการลดผลกระทบได้

