รายละเอียดระบบ
การจัดการดินส่วนใหญ่อาศัยผลวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการปีละครั้งสองครั้ง ซึ่งบอกได้แค่ว่าดินเป็นอย่างไรในวันที่เก็บตัวอย่าง แต่ไม่บอกว่าธาตุอาหารและความชื้นเปลี่ยนไปอย่างไรระหว่างฤดูกาล ระบบนี้ติดหัววัดแบบมัลติพารามิเตอร์ไว้ในแปลง วัดค่าต่อเนื่องที่ระดับความลึก 10, 30 และ 60 เซนติเมตร แล้วส่งข้อมูลเข้าระบบเป็นรอบ ทำให้เห็นการเคลื่อนที่ของน้ำและธาตุอาหารในชั้นดินตามเวลาจริง
ค่าจากเซนเซอร์ถูกนำมารวมกับผลวิเคราะห์เชิงลึกจากห้องปฏิบัติการไว้ในระบบเดียว จึงใช้อ้างอิงได้ทั้งในงานประจำวันและในเชิงวิชาการ
ความสามารถหลัก
- ตรวจวัดธาตุอาหารหลัก ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม พร้อมค่าความเป็นกรด-ด่างและค่าการนำไฟฟ้าของดิน
- วัดความชื้นในดินเชิงปริมาตรและอุณหภูมิดินที่ 3 ระดับความลึก เพื่อดูการซึมของน้ำและช่วงที่ควรให้น้ำ
- เก็บข้อมูลสภาพแวดล้อมการเพาะปลูกประกอบ ทั้งปริมาณน้ำฝนสะสมและความเข้มแสงที่พืชใช้สังเคราะห์ด้วยแสง
- คำนวณดัชนีคุณภาพดินอัตโนมัติ แล้วเทียบกับเกณฑ์ค่าวิเคราะห์ดินของกรมพัฒนาที่ดิน
- แผนที่แสดงสถานะทุกแปลง แยกสีตามระดับ กดที่หมุดเพื่อดูค่าล่าสุดและประวัติของแปลงนั้น
- แจ้งเตือนผ่านอีเมลและ LINE เมื่อความชื้นต่ำกว่าจุดวิกฤต ค่าความเค็มสูงเกินเกณฑ์ หรือสถานีหยุดส่งข้อมูล
- กราฟแนวโน้มย้อนหลังรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน เทียบระหว่างระดับความลึกและระหว่างแปลงได้
- สร้างรายงานสรุปคุณภาพดินอัตโนมัติ ส่งออกเป็น PDF และ CSV
องค์ประกอบระบบ
- หัววัดดินแบบมัลติพารามิเตอร์ วัดธาตุอาหาร ความเป็นกรด-ด่าง ค่าการนำไฟฟ้า ความชื้น และอุณหภูมิได้ในจุดเดียว ติดตั้งที่ระดับความลึก 10, 30 และ 60 เซนติเมตร
- ชุดตรวจวัดสภาพแวดล้อม ประกอบด้วยเซนเซอร์อุณหภูมิและความชื้นอากาศแบบมีฉนวนกันแดด มาตรวัดน้ำฝนแบบกระดกถ้วย และเซนเซอร์ความเข้มแสง
- ตู้ควบคุมและชุดสื่อสารมาตรฐาน IP65 ส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายมือถือ พร้อมสำรองข้อมูลในตัวเมื่อสัญญาณขาด
- ระบบไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลล์พร้อมแบตเตอรี่สำรอง และรองรับไฟฟ้า 220 โวลต์เป็นแหล่งสำรอง
- โครงสร้างเสาเหล็กชุบกัลวาไนซ์ ฐานคอนกรีตเสริมเหล็ก พร้อมท่อร้อยสายใต้ดินไปยังจุดติดตั้งหัววัด
- บริการเก็บตัวอย่างดินส่งวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง ครอบคลุมปริมาณอินทรียวัตถุ ความจุแลกเปลี่ยนแคตไอออน และโลหะหนักตกค้าง
- แดชบอร์ดใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ พร้อมระบบสิทธิ์ผู้ใช้งานแยกตามบทบาท
ประโยชน์ที่ได้รับ
- ใส่ปุ๋ยและให้น้ำตามค่าที่วัดได้จริง ลดการใช้เกินความจำเป็นและลดต้นทุนต่อรอบการผลิต
- รู้ตัวก่อนเมื่อความเค็มหรือความเป็นกรดของดินเริ่มเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัญหาที่แก้ยากเมื่อปล่อยไว้นาน
- มีข้อมูลต่อเนื่องเชื่อมโยงระหว่างสภาพดินกับผลผลิต ใช้ประกอบการวางแผนเพาะปลูกฤดูกาลถัดไป
- ผลวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการที่จัดเก็บในระบบเดียวกัน ใช้อ้างอิงเชิงวิชาการและประกอบการขอรับรองมาตรฐานได้

